Article Cover

ศัลยศาสตร์ผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) หรือที่จัดอยู่ในกลุ่ม การผ่าตัดแบบบาดเจ็บน้อย 
(Minimally Invasive Surgery - MIS) คือเทคนิคการผ่าตัดที่เข้ามาแทนที่การเปิดแผลกว้างแบบดั้งเดิม โดยศัลยแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 0.5–1.2 เซนติเมตร บริเวณผนังหน้าท้องประมาณ 3–4 รู เพื่อสอดท่อ เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก และกล้องวิดีโอความละเอียดสูง (High-Definition หรือ 4K/3D) ขยายภาพอวัยวะภายในขึ้นสู่จอมอนิเตอร์อย่างชัดเจน

กลไกการทำงานของการผ่าตัดผ่านกล้อง

  • การสร้างพื้นที่ทำงาน (Pneumoperitoneum): ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO_2) เข้าสู่ช่องท้องอย่างปลอดภัย เพื่อยกผนังหน้าท้องขึ้น สร้างช่องว่างให้ศัลยแพทย์มองเห็นและขยับเครื่องมือได้สะดวก
  • การถ่ายทอดภาพขยายกำลังสูง: กล้องส่องตรวจ (Laparoscope) ส่งสัญญาณภาพแบบเรียลไทม์ขึ้นจอแสดงผล ช่วยให้เห็นเส้นเลือด เส้นประสาท และพังผืดขนาดเล็กได้ชัดเจนกว่าการมองด้วยตาเปล่าในการผ่าตัดเปิด
  • การลงมือรักษา: สอดอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น กรรไกรตัดเนื้อเยื่อ อุปกรณ์จี้หยุดเลือดด้วยคลื่นเสียงหรือคลื่นความถี่สูง และเครื่องเย็บต่ออัตโนมัติ เพื่อตัด เลาะ หรือเย็บซ่อมแซมรอยโรคอย่างแม่นยำ

 


 

โรคและหัตถการที่นิยมรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง

  • โรคระบบทางเดินอาหารและถุงน้ำดี: นิ่วในถุงน้ำดี (Laparoscopic Cholecystectomy ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาในปัจจุบัน), ไส้ติ่งอักเสบ, โรคกรดไหลย้อนรุนแรง
  • โรคผนังหน้าท้อง: ไส้เลื่อนขาหนีบและไส้เลื่อนสะดือ โดยสามารถสอดแผ่นตาข่ายสังเคราะห์ (Mesh) ซ่อมแซมผนังหน้าท้องจากด้านใน
  • โรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก: มะเร็งลำไส้ใหญ่ ก้อนเนื้อขนาดใหญ่ หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  • ศัลยกรรมลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery): การตัดลดขนาดกระเพาะอาหารในผู้ป่วยโรคอ้วนทุพพลภาพ
  • โรคทางนรีเวชและระบบทางเดินปัสสาวะ: ช็อกโกแลตซีสต์, เนื้องอกมดลูก, การตัดต่อมลูกหมาก และการผ่าตัดมะเร็งไต

 


 

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

แม้การผ่าตัดผ่านกล้องจะมอบประโยชน์เชิงคลินิกอย่างมาก แต่ยังคงมีข้อจำกัดในบางกรณี:
  • ผู้ป่วยที่มีพังผืดในช่องท้องรุนแรงจากการผ่าตัดใหญ่หลายครั้งในอดีต
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหรือปอดขั้นวิกฤต ซึ่งไม่สามารถทนต่อแรงดันก๊าซในช่องท้องและท่ายกตัวระหว่างผ่าตัดได้
  • ก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่มากจนบดบังพื้นที่ทำงานและเสี่ยงต่อการแตกกระจายของเซลล์มะเร็ง

การพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดจึงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศัลยแพทย์ สภาพร่างกายของผู้ป่วย และลักษณะเฉพาะของโรคนั้น ๆ เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยสูงสุด